[Close]
   

 

อเมริกา (America) หรือ สหรัฐอเมริกา (United States of America)
เป็นสหพันธรัฐประชาธิปไตย ปกครองภายใต้รัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วยรัฐ 50 รัฐ ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ มีพรมแดนต่อกับประเทศแคนาดาและเม็กซิโก ส่วนพรมแดนทางทะเลนั้นติดต่อกับประเทศแคนาดา รัสเซียและบาฮามาส โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลแบริง มหาสมุทรอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติก อ่าวเม็กซิโก และทะเลแคริบเบียนเป็นผืนน้ำล้อมรอบ

สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของโลก และเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวของโลกในยุคปัจจุบันทั้งในด้านการทหารและ เศรษฐกิจซึ่งรวมไปถึงในด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การกีฬา และบันเทิง

สหรัฐอเมริกา นอกจากจะรู้จักในชื่อเต็มแล้ว ชาวอเมริกันเองรวมถึงผู้ที่มาจากประเทศอื่น ๆ ยังเรียกสหรัฐอเมริกาในหลายรูปแบบ ได้แก่ สหรัฐฯ (United States) , ยูเอส (U.S.) , ยูเอสเอ (USA) , เดอะสเตตส์ (the States) และอเมริกา (America) สำหรับคนไทยแล้ว นิยมเรียกสหรัฐอเมริกาสั้น ๆ ว่าสหรัฐฯ, อเมริกา จนไปถึงรูปแบบที่สั้นมาก ๆ คือ "มะกัน" และเรียกสหรัฐอเมริกาในเชิงฉายาว่าเป็น "ลุงแซม" รวมถึงเรียกสหรัฐอเมริกาที่เป็นมหาอำนาจที่มีอำนาจทางการเงิน และการทหารยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบันในทางเสียดสีว่าเป็น "เจ้าโลก" หรือ "จ้าวโลก" อีกด้วย

สภาพภูมิอากาศ

สหรัฐอเมริกามี 4 ฤดูกาล คือ

ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม
อากาศร้อนคล้ายเมืองไทย แต่ถ้ามีลมพัด ลมจะเย็นสบายกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน – พฤศจิกายน
อากาศจะเริ่มเย็น เพราะจะเข้าฤดูหนาว ฤดูนี้เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวมากที่สุด
ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์
อากาศหนาวมาก อุณหภูมิตั้งแต่ – 30 ํC ถึง10 ํC
ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม
อากาศอบอุ่น

เมืองทางแถบตะวันออก ของประเทศอากาศในช่วงฤดูหนาว และฤดูร้อนจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ส่วนทางด้านชายฝั่งตะวันตกค่อนข้างจะมีฝนตกบ่อย มีหิมะตกพอสมควร ปริมาณแสงแดดก็มีไม่มากนัก ทางตอนกลางของประเทศมีหิมะตกพอสมควรถึงหนักมาก แสงแดดค่อนข้างมาก

หมายเหตุ : ในฤดูใบไม้ร่างจะมีการหมุนเข็มนาฬิกา ให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรก ของเดือนเมษายน

CITY
JAN
FEB
MAR
APR
MAY
JUN
JUL
AUG
SEP
OCT
NOV
DEC
ฮาวาย
24
24
23
23
25
26
27
27
27
27
24
23
วอซิงตัน
3
3
7
14
14
18
20
17
15
12
9
7
นิวยอร์ค
1
1
5
11
17
22
25
24
20
15
9
2
แอล.เอ
13
14
14
16
17
19
22
22
21
18
17
14
ซานฟรานซิสโก
9
11
12
13
15
16
17
17
18
16
13
10
ลาส เวกัส
8
10
16
18
26
32
32
30
28
23
14
9
ฮอนโนลูลู
23
22
22
23
23
25
25
26
25
25
22
22

เวลา
ด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างมาก จึงมีการแบ่งความแตกต่างของเวลาตามเส้นแบ่งของโลก เป็น 4 เขตเวลา (Time Zone) คือ

Eastern Time Zone (EST)
จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 12 ชั่วโมง
Central Time Zone (CST)
จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 13 ชั่วโมง
Mountain Time Zone (MST)
จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 14 ชั่วโมง
Pacific Time zone (PST)
จะมีเวลาช้ากว่าในประเทศไทยเท่ากับ 15 ชั่วโมง

ในแต่ละ Time Zone จะมีเวลาแตกต่างกัน 1 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น เวลาใน Eastern โซน เป็นเวลาบ่าย 4 โมงเย็น เวลาในเขต Central โซนจะเป็นบ่าย 3 โมงเย็น ในเขต Mountain โซนเป็นเวลาบ่าย 2 โมง และเวลาในเขต Pacific โซนจะเป็นเวลาบ่าย โมงตรง เวลาต่างจากไทย : ฝั่งตะวันออก 12 ชั่วโมง ฝั่งตะวันตก 15 ชั่วโมง

ภาษา
ภาษาที่ใช้เป็นภาษาทางราชการคือ ภาษาอังกฤษ

เงินตรา
ดอลลาร์สหรัฐ (United States Dollar) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 100 เซนต์ (cents)

 

 

 

ชื่อเล่นที่ชาวสหรัฐเรียก 1 เซนต์ ว่า "เพนนี" (penny), 5 เซนต์ ว่า "นิกเกิล" (nickel), 10 เซนต์ ว่า "ไดม์" (dime), 25 เซนต์ ว่า "ควอเตอร์" (quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ($1) ว่า "บั๊ก" (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ($1000) ว่า แกรนด์ (grand)

อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 29 กันยายน 2553 อยู่ที่ประมาณ 31 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ

ระบบไฟฟ้า
สหรัฐอเมริกามีระบบไฟฟ้าแบบ 115 Volts, 60 Cycles ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย หากนักท่องเที่ยวต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปก็จำเป็นต้องหาซื้อ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Adapter) ไปด้วย






 

 

 

 

ฟิลม์และกล้องถ่ายรูป
ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะ ฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

การใช้โทรศัพท์
ใน สหรัฐอเมริกามีบริการโทรศัพท์สาธารณะอยู่ทั่วไปทั้งแบบหยอดเหรียญ ใช้บัตรโทรศัพท์ รวมถึงบัตรเครดิต ซึ่งถือได้ว่ามีความสะดวกสบายอย่างมาก นอกจากนี้นักศึกษายังสามารถขอติดตั้งโทรศัพท์ภายในที่พักของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากเนื่องจากเป็นบริการขั้นพื้นฐานที่ รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดให้แก่ประชาชน โดยมีองค์กรซึ่งให้บริการอยู่ 2 ประเภท คือ องค์การโทรศัพท์ท้องถิ่น และองค์การโทรศัพท์ทางไกล

การโทรศัพท์
จากประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาก็สามารถทำได้โดยกด 001 + 1 (รหัสประเทศสหรัฐอเมริกา) + area code + หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง
การโทรศัพท์จากสหรัฐอเมริกากลับมาประเทศไทยทำได้โดยกด 011 + 66 (รหัสประเทศไทย) + 2 (รหัสกรุงเทพ) +หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง

สำหรับ ค่าบริการทางบริษัทที่นักศึกษาเลือกใช้บริการจะส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่นักศึกษา เป็นรายเดือน ซึ่งในใบแจ้งหนี้จะแจ้งให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น ค่าบริการขั้นพื้นฐาน ค่าโทรศัพท์ภายในท้องถิ่น ค่าโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งนักศึกษาสามารถชำระค่าบริการได้ที่ทำการโทรศัพท์ หรือสั่งจ่ายเป็นเช็คแล้วส่งไปทางไปรษณีย์

นอกจากนี้ยังมีบริการ โทรศัพท์ทางไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ทซึ่งมีอัตราค่า บริการค่อนข้างถูก และเป็นที่นิยมอย่างมากอีกด้วย โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับประเทศที่เราต้องการจะโทรไป แต่มีข้อเสีย คือ ผู้ที่ต้องการใช้บริการในรูปแบบนี้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ครบ ซึ่งก็คือ คอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ทได้ และHead Phone นอกจากนี้คุณภาพของเสียงก็จะเปลี่ยนไปตามประสิทธิภาพของอินเตอร์เน็ทอีกด้วย

การให้ทิป
การ ให้ทิปในต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง
ประเทศ สหรัฐอเมริกามีธรรมเนียมการให้ทิป ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นในการใช้บริการต่างๆ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ส่วนมากคิดจาก 15% ของบิลนั้น (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ)