[Close]
   

 

ออสเตรเลียถูกแบ่งออกเป็นหกรัฐและสองเขตปกครอง

แคนเบอร์ราเป็นเมืองหลวงและเป็นศูนย์กลางของการปกครอง  ซึ่งเมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองซิดนีย์ไปทางตอนใต้ประมาณ 290 กิโลเมตร อยู่บนดินแดนโบราณแห่งชาว Ngunnawal พื้นเมือง และชื่อของเมืองหมายความว่า ‘สถานที่นัดพบ’ จากคำในภาษาอะบอริจิน ‘Kamberra’ 

นิวเซาท์เวลส์
เป็นรัฐที่เก่าแก่ที่สุดและมีประชากรหนาแน่นที่สุดของออสเตรเลีย แต่เดิมมีการตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นทัณฑนิคมบนชายฝั่ง Port Jackson ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงอันพลุกพล่านอย่างซิดนีย์ กว่าหนึ่งในสามของชาวออสเตรเลียอาศัยอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และซิดนีย์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

รัฐวิกตอเรียมีขนาดเล็กที่สุดในรัฐบนแผ่นดินใหญ่ แต่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับที่สอง เมลเบิร์น  เป็นเมืองหลวงของรัฐ และ เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสองของออสเตรเลีย ระหว่างช่วงตื่นทองในทศวรรษที่ 1850 เมลเบิร์นได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดในโลก ในบางครั้งเมลเบิร์นจะถูกเรียกว่า "เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของออสเตรเลีย" และเป็นแหล่งกำเนิดของภาพยนตร์ โทรทัศน์ ศิลปะ การเต้นรำ และดนตรีของออสเตรเลียรัฐวิกตอเรียมีขนาดเล็กที่สุดในรัฐบนแผ่นดินใหญ่ แต่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับที่สอง เมลเบิร์น  เป็นเมืองหลวงของรัฐ และ เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสองของออสเตรเลีย ระหว่างช่วงตื่นทองในทศวรรษที่ 1850 เมลเบิร์นได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดในโลก ในบางครั้งเมลเบิร์นจะถูกเรียกว่า "เมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของออสเตรเลีย" และเป็นแหล่งกำเนิดของภาพยนตร์ โทรทัศน์ ศิลปะ การเต้นรำ และดนตรีของออสเตรเลีย 

ควีนส์แลนด์เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของออสเตรเลีย เมืองหลวงของรัฐคือบริสเบน ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับสามของออสเตรเลีย ชาวควีนส์แลนด์จะเพลิดเพลินไปกับแสงอาทิตย์และความอบอุ่นของฤดูหนาวมากกว่ารัฐอื่น ๆ ในออสเตรเลีย และเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาทางน้ำทุกประเภท  นอกจากนี้ รัฐควีนส์แลนด์ยังเป็นถิ่นกำเนิดของแนวปะการัง Great Barrier Reef ที่มีชื่อเสียงก้องโลก อีกทั้งยังมีพื้นที่ขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลก 5 แห่ง

เซาท์ออสเตรเลียเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ส่วนกลางทางตอนใต้ของประเทศซึ่งครอบคลุมพื้นที่แห้งแล้งที่สุดของทวีปบางพื้นที่ รัฐเซาท์ออสเตรเลียเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดอันดับสี่ของออสเตรเลีย และมีอาณาเขตร่วมกับรัฐบนแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดตลอดจนเขตปกครองนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี เมืองหลวงของรัฐคือเมืองแอดิเลด ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับห้าของออสเตรเลีย รัฐเซาท์ออสเตรเลียมีงานศิลปะอันมีชีวิตชีวา และ ในบางครั้งยังเป็นที่รู้จักกันในนามของ ‘เมืองแห่งเทศกาล’ อันมีเทศกาลต่าง ๆ กว่า 500 รายการเกิดขึ้นทุกปี

จุดเหนือสุดของออสเตรเลียจะอยู่บนเขตปกครองนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี  เมืองหลวงของเขตปกครองนี้คือเมืองดาร์วินซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทางเหนือ และเมืองอลิซสปริงส์อันเป็นเมืองในเขตปกครองที่มีความสำคัญ ในทางภูมิศาสตร์ เมืองอลิซสปริงส์ถือเป็นหัวใจของออสเตรเลีย เนื่องจากตั้งอยู่เกือบใจกลางของประเทศพอดี เขตปกครองนอร์ทเทิร์นเทอริทอรีจะมีหิน Uluru อันเลื่องชื่อ (Ayers Rock), Kata Tjuta (Olgas) และอุทยานแห่งชาติ Kakadu

            

สภาพอากาศในออสเตรเลีย

 

สภาพอากาศในซิดนีย์ (รัฐนิวเซาท์เวลส์)
รัฐนิวเซาท์เวลส์ตั้งอยู่ในแนวของเขตภูมิอากาศอบอุ่น  ในฤดูร้อน (ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) ที่ซิดนีย์จะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 26 องศาเซลเซียส ในฤดูหนาว (มิถุนายน - สิงหาคม) จะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 16 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนของซิดนีย์จะสูงที่สุดระหว่างเดือนมีนาคมและมิถุนายน

 

สภาพอากาศในเมลเบิร์น (รัฐวิกตอเรีย)
เมลเบิร์นขึ้นชื่อในเรื่องของสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน แต่ตามปกติแล้วชาวเมืองก็มีความสุขกับภูมิอากาศที่อบอุ่น ซึ่งมีอากาศอบอุ่นหรือร้อนในฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่ไม่หนาวจัด ปลอดโปร่ง ตลอดจนฤดูหนาวที่เย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูร้อน 25 องศาเซลเซียส และ 14 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว ปริมาณน้ำฝนสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม

 

สภาพอากาศในแอดิเลด (รัฐเซาท์ออสเตรเลีย)
แอดิเลดจะมีฤดูหนาวที่ไม่หนาวจัด ชุ่มชื้น และฤดูร้อนที่ร้อน แห้งแล้ง เมืองนี้เป็นเมืองที่แห้งแล้งที่สุดในบรรดาเมืองหลวงทั้งหมดของออสเตรเลีย ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ (ฤดูร้อน) จะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 20 มม. แต่หลายเดือนที่ไม่มีฝนเลยก็เป็นเรื่องปกติ เดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่ฝนตกชุกที่สุดในรอบปี โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 80 มม. อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 29 องศาเซลเซียสในฤดูร้อนและ 15–16 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว

 

สภาพอากาศในเพิร์ท (รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย)
รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียมีลักษณะภูมิอากาศที่หลากหลายเนื่องจากมีพื้นที่กว้างใหญ่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือมีฝนตกชุกทำให้ฤดูร้อนกลายเป็นฤดู 'ฝน' ทั้ง ๆ ที่พื้นที่ด้านในทวีปที่แห้งแล้งพร้อมกับมีอุณหูมิสูงของฤดูร้อน ขณะที่ทางตะวันตกเฉียงใต้มีฤดูหนาวที่ไม่หนาวจัด ชุ่มชื้น และมีฤดูร้อนที่ร้อน แห้งแล้ง ปริมาณน้ำฝนของเพิร์ทจะสูงสุดระหว่างเดือนพฤษภาคมและกันยายน เดือนกุมภาพันธ์มักเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของปี โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 31 องศาเซลเซียส ลมทะเลที่เรียกว่า ‘Fremantle Doctor’ พัดผ่านมาจากทางตะวันตกเฉียงใต้เพื่อช่วยคลายความร้อน ฤดูหนาวที่ค่อนข้างเย็นและชุ่มชื้นมีอุณหภูมิประมาณ 18 องศาเซลเซียส 

 

สภาพอากาศในบริสเบน (รัฐควีนส์แลนด์)
บริสเบนมีภูมิอากาศแบบกึ่งร้อน และมีสภาพอากาศอบอุ่นหรือร้อนเกือบทั้งปี ในฤดูร้อน (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) จะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 30 องศาเซลเซียส เมืองบริสเบนจะมีปริมาณน้ำฝนมากในฤดูร้อน ซึ่งในบางครั้งอาจเกิดฝนฟ้าคะนองพร้อมด้วยฝนกระหน่ำ ในช่วงนี้จะมีความชื้นสูงมาก ฤดูหนาวจะแห้งแล้ง ไม่หนาวจัด และอากาศกำลังสบาย โดยส่วนใหญ่แล้วแต่ละวันในฤดูหนาวจะมีแสงแดดเจิดจ้า โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 17 องศาเซลเซียส

 

สภาพอากาศในเมืองดาร์วิน, (เขตปกครองนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี)
เมืองดาร์วินอยู่ในTop End ในเขตปกครองนอร์ทเทิร์นเทอริทอรีมีสองฤดูที่แตกต่างกัน คือ "ฝน" และ "ร้อน" ฤดูฝนจะเริ่มจากเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง มีทั้งมรสุมฝนและพายุ โดยทั่วไปอุณหภูมิจะอยู่ในช่วงต่ำสุดที่ 25°C ไปจนถึงสูงสุดที่ 33°C ฤดู "ร้อน" เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม มีลักษณะอบอุ่น อากาศร้อนชื้นในช่วงกลางวัน และเย็นในเวลากลางคืน โดยทั่วไปอุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 21°C ถึง 32°C และมีระดับความชื้นน้อย

 

สภาพอากาศในโฮบาร์ต (รัฐแทสเมเนีย)
เนื่องจากรัฐแทสเมเนียเป็นเกาะซึ่งไม่มีสถานที่ใดห่างจากทะเลเกิน 115 กิโลเมตร จึงทำให้ภูมิอากาศที่นี่เรียกได้ว่าพื้นที่ติดทะเลอันอบอุ่นสบาย ในฤดูร้อนอากาศจะสบายและมีฝนตกกระจายอยู่ทั่วไปตลอดทั้งปี แต่เดือนต่าง ๆ ในฤดูหนาวจะมีฝนตกชุกที่สุด ฤดูกาลในรัฐแทสเมเนียจะแตกต่างกันอย่างชัดเจนกว่ารัฐอื่นเนื่องจากเส้นรุ้งของบริเวณนี้ เมืองโฮบาร์ตมีสี่ฤดู เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเดือนที่อบอุ่นที่สุดยังมีอากาศที่แห้งแล้งที่สุด อีกทั้งมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 21 องศาเซลเซียส ในขณะที่ต้องเผชิญกับกระแสลมทางใต้จากแอนตาร์กติก ภูเขา Wellington จะทำหน้าที่ป้องกันเมืองโฮบาร์ตจากสภาพอากาศที่เลวร้าย